
"สุชาติ"ชง ครม.เห็นชอบวันนี้ (24 ม.ย.) ย้ำความต่าง กยศ."กู้เรียน"/กรอ."ให้ทุนเรียน" จบมีงานทำรายได้ 1.6 หมื่นคอยคืนรัฐ
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.55 นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิด เผยความคืบหน้ากองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 24 เม.ย.นี้ จะนำเสนอเรื่องการจัดตั้งกองทุน กรอ. ให้ ครม.เห็นชอบตามรายละเอียดที่ นายธาดา มาร์ติน ผู้อำนวยการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปจัดทำมา ซึ่งกรอบหลักของ กรอ.นั้นจะเป็นไปตามแนวนโยบายของตนที่เน้นให้นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ถึงระดับปริญญาตรี ได้สิทธิกู้ยืมเรียน ซึ่งนักศึกษาที่จะใช้สิทธิกองทุน กรอ.นั้นจะให้ใช้สัญญาให้ทุน จะไม่ใช้สัญญาเงินกู้แบบ กยศ.
โดย ทั้งสองกองทุนจะมีความแตกต่างกัน เพราะสัญญาเงินกู้ของ กยศ.นั้นเมื่อนักศึกษาเรียนจบมา 2 ปีแล้วหากไม่มีเงินมาใช้คืนทาง กยศ.จะเป็นผู้ฟ้องร้อง ซึ่งทาง กยศ.เองก็ไม่อยากฟ้องร้องนักศึกษา แต่หากไม่ดำเนินการ ก็จะเข้าข่ายผิดมาตรา157แห่งประมวลกฎหมายอาญา ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนสัญญาให้ทุนของ กรอ.นั้น จะไม่บังคับการใช้เงินคืน โดย 3 ปีแรก จะไม่ต้องคืนเงินที่ยืมเรียนไป แต่เมื่อเข้าปีที่ 4และผู้ยืมเรียนมีรายได้ 16,000 บาทต่อเดือน ให้ชำระเงินคืนประมาณ 1-2% ต่อเดือนในปีแรกๆ โดยจะปรับตามอัตราเงินเฟ้อ
"มีตัวแทนจากกระทรวงการคลัง แสดงความเป็นห่วงว่าจะผลักดันกองทุน กรอ.ได้ทันหรือไม่ ซึ่งผมได้ชี้แจงและยืนยันไปว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาล จึงมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ทันแน่นอน ส่วนผู้ที่กู้ กยศ.อยู่เดิมเมื่อประกาศใช้ กรอ.แล้วจะให้เลือกว่าจะปรับเปลี่ยนจากสัญญาเงินกู้ของ กยศ.เป็นสัญญาให้ทุน กรอ.แทน"
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า เมื่อเร็วๆนี้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.การคลัง ได้หารือถึงข้อกังวลว่า เด็กที่เรียนสาขาวิชาที่รัฐไม่ได้ส่งเสริมจะมีเงินให้กู้ยืมเรียนหรือไม่ ซึ่งได้ชี้แจงไปว่ากองทุน กรอ.เป็นเงินที่ให้ทุนผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาทุกคนได้สิทธิ และไม่โอนเงินทั้งหมดให้สถาบันการศึกษา แต่จะให้นักศึกษากรอกข้อมูลเลข 13 หลักเมื่อได้รับการอนุมัติจะโอนค่าเล่าเรียนไปที่สถาบัน ส่วนเงินค่าครองชีพจะโอนเข้าบัญชีของนักศึกษาเอง
ด้าน นายธาดา กล่าวว่า คาดว่า ครม. จะพิจารณาหลักเกณฑ์การให้กู้ยืม กรอ. เพื่อให้ทันต่อการปล่อยกู้ให้นักศึกษาในปีการศึกษา 2555 เนื่องจากเมื่อปีการศึกษา 2552 ครม.ได้มีมติให้ยุติการปล่อยกู้ กรอ. ดังนั้นหากจะดำเนินการใหม่ ครม.ต้องมีมติให้ดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งหาก ครม.ให้ความเห็นชอบปล่อยกู้ กรอ.ให้แก่นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในทุกสาขาวิชา ก็จะทำให้มีนักศึกษาประมาณ 230,000 รายได้สิทธินี้ในวงเงินกู้ 6,000 ล้านบาท โดย ในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ยังให้กู้ กยศ.ต่อไป อย่างไรก็ตามแม้ว่ากองทุน กรอ.จะเปลี่ยนจากสัญญาเงินกู้เป็นสัญญาการให้ทุน แต่นักศึกษาก็ยังคงต้องชำระหนี้เหมือนเดิม เพียงแต่เงื่อนไขการชำระเงินคืนจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะให้ชำระคืนเมื่อมีรายได้เพียงพอ
ข้อมูลสยามรัฐ